หน้าแรก
พระพุทธเจ้า
เสียงธรรมบรรยาย
(เว็บบอร์ด) forum
สารบัญเว็บไทย
คำสอนหลวงพ่อพุธ
รวมรูปภาพ
Guestbook
อ่านมิลินทปัญหา คลิกที่นี่
อ่านจตุคามรามเทพ  คลิกที่นี่
อ่านฐานิโยธรรม  คลิกที่นี่
อ่านฮาธรรมะ พระพยอม  คลิกที่นี่
ขอต้อนรับสู่ โรงแรมเดอะริช

“วัดสุวรรณดาราราม” งดงามจิตรกรรมพระนเรศวร


โบสถ์วัดสุวรรณดาราราม



กรุงศรีอยุธยาแม้ไม่สิ้นคนดี

...แต่กรุงศรีอยุธยาก็ย่อมมีคนเลว(เป็นธรรมดา) แถมบางคนยังเลวถึงขนาดกล้าคิดคดทรยศต่อประเทศชาติตัวเองเพียงเพื่อหวังต่อผลประโยชน์ส่วนตน จนเป็นเหตุให้เกิดการเสียกรุงฯครั้งแรกขึ้น

...แต่กรุงศรีอยุธยาย่อมไม่สิ้นคนดี เมื่อหลังจากนั้นพระนเรศวรได้รวบรวมไพร่พลทำการต่อสู้กับพม่าข้าศึกจนได้ชัยอย่างงดงาม

สยามประเทศกลับเป็นเอกราชอีกครั้ง

ส่วนพระนเรศวรได้รับการยกย่องในกาลต่อมาให้เป็น “สมเด็จพระนเรศวรมหาราช” กษัตริย์นักรบผู้ยิ่งใหญ่ที่อยู่ในความทรงจำของประชาชนชาวสยามไปตลอดกาล ซึ่งเรื่องราว ประวัติ วีรกรรม และพระราชกรณียกิจ ของพระองค์ท่านนั้น ก็มีปรากฏอยู่ทั่วไปตามที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ต่างๆ


ภายในวิหารวัดสุวรรณดาราราม



แต่หากจะดูบันทึกเกี่ยวกับตำนานพระนเรศวรที่ออกจะแปลกและแตกต่าง ผมว่าที่ “วัดสุวรรณดาราราม” แห่งเมืองกรุงเก่า คือหนึ่งในนั้น

ความแปลกอันดับแรกคือวัดแห่งนี้หาได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับพระนเรศวรไม่ หากแต่เป็นวัดที่พระราชบิดาของสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลาย(สังเกตได้จากโบสถ์ที่มีลักษณะตกท้องช้าง) เดิมชื่อ “วัดทอง” แต่เมื่อคราวเสียกรุงวัดนี้ได้ถูกทำลายจนกลายเป็นวัดร้าง ต่อมา รัชกาลที่ 1 เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์ในราชวงศ์จักรี พระองค์ท่านรำลึกถึงบ้านเกิดที่อยุธยา เลยมาปฏิสังขรณ์วัดทองพร้อมพระราชทานนามใหม่ตามชื่อของพระราชบิดา (ทองดี) และพระราชมารดา (ดาวเรือง) ว่า “วัดสุวรรณดาราราม”


ภาพอัญเชิญพระอิศวรให้มาจุติเป็นพระนเรศวร



จากนั้นวัดสุวรรณฯได้มีการบูรณะเรื่อยมา กระทั่งในสมัยรัชกาลที่ 7 (พ.ศ.2474) ได้มีการวาดภาพจิตรกรรมฝาผนังพระนเรศวรขึ้น ตั้งแต่พระองค์ทรงพระเยาว์ไล่ไปจนถึงบั้นปลายชีวิตขึ้นในวิหารของวัดแห่งนี้ อันถือเป็นความแปลกลำดับต่อมา

เพราะนอกจากจะเป็นการบันทึกเรื่องราวพระนเรศวรรุ่นแรกๆของไทยผ่านงานจิตกรรมฝาผนังแล้ว พระยาอนุศาสน์จิตรกร(จันทร์ จิตรกร) จิตรกรฝีมือฉมังผู้วาดภาพตามข้อมูลฯของสมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพยังใช้เทคนิคการวาดแบบตะวันตกมาประยุกต์ใช้กับจิตรกรรมฝาผนัง เป็นภาพสีน้ำมันเสมือนจริงทั้งหน้าตา ร่างกาย กล้ามเนื้อ สัดส่วน และเครื่องแต่งกาย นับเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังอันงดงามและแปลกใหม่สำหรับยุคนั้น อีกทั้งยังเป็นต้นแบบของภาพในอนุสรณ์ดอนเจดีย์ ที่สุพรรณบุรีอีกด้วย

สำหรับภาพจิตกรรมฝาผนังพระนเรศวรวัดสุวรรณฯนั้นวาดไล่เรียงกันไป โดยจุดเริ่มต้น(ภาพแรก)อยู่ตรงมุมวิหารด้านซ้ายมือหลังพระประธาน เป็นภาพที่ตัวอักษรของทางวัดระบุ พระสยามเทวาธิราชทูลอัญเชิญพระอิศวรให้มาจุติเป็นพระนเรศวร ภาพนี้จะว่าไปแล้วหากมองผ่านๆก็ไม่มีอะไรสะดุดตา แต่หากใช้หลักความขี้สงสัยในวิชาประวัติศาสตร์มาจับ หลายๆคนอาจตั้งคำถามว่า พระสยามเทวาธิราชนั้นสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์นี่นา...แต่ทำไมไปปรากฏเป็นองค์เทพตำนานของพระนเรศวรได้เล่า


ภาพการชนไก่ระหว่างพระองค์ดำกับมังสามเกียด



เรื่องนี้หากมองกันแบบใช้หลักวิชาการจับอาจเป็นไปได้ว่า การบันทึกเรื่องราวประวัติศาสตร์ของคนในยุคนั้นอาจจะไม่ใช่การอิงกับอดีตแท้ๆ หากแต่เป็นการเจือปนความคิดแห่งยุคสมัยเข้าไปด้วยดังที่ปรากฏในภาพแรก

ส่วนถ้ามองกันแบบชาวบ้านๆ ไม่ต้องคิดลึกก็อาจเป็นไปได้ว่าคนที่เขียนอักษรกำกับในภาพนี้อาจเกิดความผิดพลาดทางข้อมูลก็เป็นได้ โดยนักประวัติศาสตร์หลายคนสันนิษฐานว่าภาพนี้น่าจะเป็นภาพพระนารายณ์ทูลอัญเชิญพระอิศวรให้มาจุติเป็นพระนเรศวรมากกว่า

เรื่องนี้คงต้องฝากให้กับนักประวัติศาสตร์สืบค้นกันต่อไป ส่วนผมขอไปดูภาพพระนเรศวรที่น่าสนใจในภาพอื่นๆต่อดีกว่า ซึ่งก็เป็นภาพพระองค์ดำหรือพระนเรศวรเมื่อครั้งทรงพระเยาว์ รำกระบี่กระบองกับมังสามเกียด(พระมหาอุปราชาในวัยพระเยาว์)หน้าพระพักตร์ของบุเรงนอง แล้วต่อด้วยภาพการชนไก่ระหว่างพระองค์ดำกับมังสามเกียด ที่ถือเป็นหนึ่งในภาพคลาสสิคอันก่อให้เกิดประโยคคลาสสิคอย่าง “ไก่เชลยตัวนี้เก่งจริงนะ” (มังสามเกียด)... “ไก่ตัวนี้อย่าว่าแต่ตีพนันชนเอาเดิมพันเลย ถึงชนเอาบ้านเอาเมืองกันเมื่อไรก็ได้” (พระองค์ดำ) ซึ่งผมเชื่อว่าใครที่เคยดูหนังเรื่อง“ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ภาคแรก ตอนองค์ประกันหงสา คงจะจำฉากการชนไก่ระหว่างพระองค์ดำกับมังสามเกียดได้ดี


ภาพทรงม้าใช้ทวนแทงลักไวทำมูตกม้า



ต่อจากนั้นก็เป็นภาพพระนเรศวรตอนเจริญพระวัย อาทิ ภาพทรงเรือตามพระยาจีนจันตุทรงตีเมืองคัง ภาพทรงม้าใช้ทวนแทงลักไวทำมูตกม้า ภาพหลั่งน้ำประกาศอิสรภาพ ภาพทรงพระสุบินปราบจระเข้ ภาพการทำศึกสงครามตามสถานที่ต่างๆ รวมถึงภาพสุดท้ายคือภาพขบวนแห่พระศพของพระนเรศวรหลังการสิ้นพระชนม์เข้ามายังกรุงศรีอยุธยาฯท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของไพร่ฟ้าประชาชน

ส่วนภาพที่ยังเป็นข้อกังขาและข้อถกเถียงทางประวัติศาสตร์ก็คือ ภาพพระนเรศวรใช้น้ำจากบาตรล้างเท้าเพื่อกระทำการประหารพระยาละแวก ที่ประวัติศาสตร์ยุคใหม่ระบุว่า พระนเรศวรแม้จะตีเมืองละแวกได้ แต่ก็ไม่ได้ประหารพระยาละแวก เพราะมีหลักฐานว่าพระยาละแวกหนีไปอยู่ลาวก่อนที่กองทัพพระนเรศวรจะเสด็จไปถึงยังเมืองละแวก ซึ่งภาพที่เห็นดูค่อนข้างขัดแย้งกับประวัติศาสตร์ยุคใหม่ไม่น้อยทีเดียว


ภาพการประหารพระยาละแวก



จากภาพชวนกังขา ผมว่าสลับอารมณ์ไปชมภาพที่ถือเป็นดังไฮไลท์ในวิหารแห่งนี้กันดีกว่า ซึ่งก็คือ ภาพการทำยุทธหัตถีระหว่างพระนเรศวรกับพระมหาอุปราชา ที่ผนังด้านหน้าเหนือประตูทางเข้าวิหาร ตรงข้ามกับพระประธาน

ภาพนี้มีความพิเศษโดดเด่นตรงที่เป็นภาพขนาดใหญ่สวยงาม เห็นรายละเอียดการรบทัพจับศึกอย่างชัดเจน ส่วนสิ่งที่ชวนสังเกตในภาพยุทธหัตถีก็คือ ช้างทรงของทั้ง 2 กษัตริย์นั้น จันทร์ จิตรกรวาดออกมาแบบไม่มีเครื่องทรงช้างหรือเครื่องผูกของช้างจอมพล ซึ่งนักประวัติศาสตร์หลายๆคนบอกว่านี่แหละคือสิ่งที่ถูกต้อง เพราะยามรบกัน(จริงๆ)ถ้ามีเครื่องผูกช้างก็จะเกะกะมาก ผิดวิสัยการรบ

ภาพการทำยุทธหัตถีนี้นับเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่ปรากฏและคุ้นเคยต่อสายตาสาธารณะชนทั่วไปมาช้านาน แต่ว่าหลายๆคนไม่รู้ว่าภาพจริงดั้งเดิมนั้นอยู่วิหารวัดสุวรรณดารารามแห่งนี้ ที่แม้เวลาจะล่วงผ่านมา 76 ปีแล้วแต่ภาพบันทึกเรื่องราวพระนเรศวรทั้งหมดในวัดสุวรรณฯยังคงความอมตะและความขลังอยู่ไม่เสื่อมคลาย


ภาพการทำยุทธหัตถีระหว่างพระนเรศวรกับพระมหาอุปราชาในวิหารวัดสุวรรณดาราราม



หลังเพลินตาจุใจกับการเดินชมบันทึกเรื่องราวพระนเรศวรผ่านงานจิตกรรมฝาผนัง ผมก็อดนึกย้อนหลังไปถึงเหตุการณ์เมื่อคราวเสียกรุงฯครั้งแรกไม่ได้(หนังเรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวรถือเป็นตัวช่วยในการทบทวนความจำเกี่ยวกับเหตุการณ์เสียกรุงฯได้เป็นอย่างดี)

เหตุการณ์ครั้งนั้นนอกจากจะเป็นบันทึกสำคัญทางประวัติศาสตร์แล้ว ยังให้อุทาหรณ์สอนใจคนรุ่นหลังด้วยว่า สาเหตุสำคัญของการเสียกรุงฯครั้งแรกนั้น เกิดจากความละโมบโลภมากของคนไทยบางคน(ออกยาจักรี) ถึงขนาดยอมคิดคดทรยศขายชาติ(แอบ)เปิดประตูเมืองให้กับพม่าข้าศึก เข้ามาตีเมืองของตัวเอง จนนำไปสู่การเสียกรุงฯครั้งแรกในที่สุด ก่อนที่พระนเรศวรท่านจะใช้ความเพียรพยายามต่อสู้กอบกู้กลับคืนมาได้อย่างยากลำบาก

***********************

วัดสุวรรณดาราราม เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ตั้งอยู่ริมป้อมเพชร หมู่ 1 ถ.อู่ทอง ใน ต.หอรัตนไชย อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา โทร.0-3524-3313

ที่มา จากหนังสือพิมพ์ "ผู้จัดการออนไลน์"โดย คุณปิ่น บุตรี


ไปข้างบน
?Viagra online K?b viagra uden Viagra Piller Denmark (DK) Viagra Viagra bestil online K?b Sildenafil uden recept K?b viagra K?b Cialis generisk Viagra uden recept k?b Viagra Cialis 20 mg Cialis Danmark Erfaringer med Cialis Tadalafil Danmark
?Viagra online Generisk sildenafil K?be Viagra Viagra er en gennempr?vet Cialis Denmark K?b Sildenafil uden recept Generisk viagra K?b Cialis generisk Viagra Generisk Viagra uden recept K?b Cialis online cialis orden K?b Generisk Tadalafil k?b cialis Danmark